<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CATZAP &#187; ไม่มีหมวดหมู่</title>
	<atom:link href="https://maizap.eu5.org/?cat=1&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://maizap.eu5.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Dec 2014 10:33:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=4.0.1</generator>
	<item>
		<title>แมวไทย</title>
		<link>https://maizap.eu5.org/?p=512</link>
		<comments>https://maizap.eu5.org/?p=512#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2014 10:25:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[mai-zap]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maizap.eu5.org/?p=512</guid>
		<description><![CDATA[แมวพันธ์ไทย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>แมวพันธ์ไทย</p>

<a href='https://maizap.eu5.org/?attachment_id=117'><img width="150" height="150" src="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/chausie-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="chausie" /></a>

<p><a href="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/ดาวน์โหลด.jpg" rel="prettyPhoto"><img class="alignnone size-full wp-image-224" src="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/ดาวน์โหลด.jpg" alt="ดาวน์โหลด" width="275" height="183" /></a></p>

<a href='https://maizap.eu5.org/?attachment_id=89'><img width="150" height="150" src="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/10/ดาวน์โหลด-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="ดาวน์โหลด" /></a>

<p><a href="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/ดาวน์โหลด.jpg" rel="prettyPhoto"><img class="alignnone size-full wp-image-224" src="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/ดาวน์โหลด.jpg" alt="ดาวน์โหลด" width="275" height="183" /></a><a href="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/ashera.jpg" rel="prettyPhoto"><img class="alignnone size-medium wp-image-123" src="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/11/ashera-300x192.jpg" alt="ashera" width="300" height="192" /></a></p>
<p><img src="http://jaruwunak.files.wordpress.com/2013/04/pic_cat_vichearmas_002.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://jaruwunak.files.wordpress.com/2013/04/korat_cat.jpg" alt="" /></p>
<p><img src="http://i232.photobucket.com/albums/ee274/akapong99/Pets/004-5.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://maizap.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=512</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการฝึกแมวน้อยให้เชื่อง</title>
		<link>https://maizap.eu5.org/?p=509</link>
		<comments>https://maizap.eu5.org/?p=509#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2014 10:24:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[mai-zap]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maizap.eu5.org/?p=509</guid>
		<description><![CDATA[วิธีที่ 1 การเรียก  เราจะเริ่มฝึกให้เจ้าแมวน้อยเข้ามาหาโดยการเรียกเพียงแค่สองพยางค์ เช่น มานี่(ชื่อแมว) เมื่อเขาเดินเข้ามาหาก็ให้รางวัล เช่น อาหารที่เขาชอบ หรือการเกาคางให้ก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่เดินเข้ามาหาให้เรียกซ้ำ และใช้มือเป็นสัญลักษณ์ ทำแบบนี้ซ้ำหลายๆรอบ จนกว่าเขาจะเข้าใจและเข้ามาหา ที่สำคัญที่สุดคือควรเรียกโดยเสียงที่จะทำให้มันสบายใจ โดยคุณจะต้องทำมันซ้ำๆ ถ้าเกิดดูแล้วมันรู้สึกรำคาญก็ควรหยุดการฝึกไว้ก่อนและต้องมั่นใจว่า อารมณ์ของแมว ณ ตอนนั้น อยู่ในสภาพที่ดี และไม่ควรฝึกที่มีเสียงดัง เพราะจะทำให้เขาสับสน ข้อสำคัญ ห้าม ! เรียกแมวไปทำสิ่งที่เขาไม่ชอบ เช่น การอาบน้ำ เพราะเขาจะอาจไม่ฟังตามคำสั่งเราอีก วิธีที่ 2 ฝึกให้อยู่ในลัง การฝึกนี้ถือว่าค่อนข้างง่าย เพราะแมวชอบอยู่ในที่มืดๆอยู่แล้ว โดยคุณสามารถใส่ผ้าห่มหรือของเล่นให้เขาได้ เมื่อเขาอยู่ในลังให้คุณชมเขาและให้รางวัล แต่เมื่อเขาออกมาแล้วห้ามชมเด็ดขาด เพราะเขาอาจคิดว่าสิ่งที่คุณต้องการคือให้เขาออกมา และจะทำให้แมวสับสนได้ ควรให้รางวัลทุกครั้งที่เขาเข้าไปในลัง และปล่อยให้อยู่นานขึ้น เพื่อให้รู้ว่านี่คือที่นอนของเขา วิธีที่ 3 การหมอบ    ให้เราถือขนมเพื่อล่อแมวไว้ และก็เรียกชื่อแมวพร้อมกับออกคำสั่ง เช่น หมอบ ! และค่อยๆลดขนมมาให้เขาโดยปกติแล้วเขาจะย่อตัวตามขนมมา และขยับขนมออกห่างจากตัวแมวเพื่อให้แมวอยู่ในท่าหมอบ เมื่อเขาทำตามควรให้รางวัลและคำชม ควรทำซ้ำๆเพื่อให้เขารู้ถึงคำสั่ง วิธีที่ 4 การคาบของ แมวบางตัวชอบที่จะคาบของ เราสามารถทดสอบว่าแมวตัวนั้นชอบคาบของหรือไม่ ควรลองโยนตุ๊กตาผ้าต่อหน้าเขาและเลือกของที่เขาชอบเป็นพิเศษ รอจนกว่าเขาจะคาบมันไว้ และเรียกให้เขามาหาพร้อมกับ เสนอขนมเพื่อแลกกับตุ๊กตาของเขา และเล่นหลายๆครั้งเพื่อที่จะให้เขาเข้าใจประมาณว่า &#8220;ต้องเอาตุ๊กตามาเพื่อที่จะได้ขนม&#8221; ! วิธีที่ 5 การฝึกแมวให้ขับถ่าย เตรียมกะบะทรายและวางไว้มุมที่ไกลที่นอน หรือที่กินอาหารของเขา โดยสิ่งแรกในการฝึก คือการให้อาหาร ควรให้อาหารเป็นเวลา เพราะลูกแมว จะใช้กะบะทราย หลังจากการตื่นนอน กินอาหาร และ ออกกำลังกายแล้ว หลังกินอาหารควรเล่นกะน้องแมวซัก 10-20 นาที จากนั้นเรียกเขาไปยังที่กะบะทราย เมื่อน้องแมวไปถึงกะบะทราย ให้เอามือตะกุยทรายเพื่อเรียกความสนใจของเขา ทำแบบนี้หลายๆครั้ง พยายามกระตุ้นให้เขา ใช้กะบะทรายเอง และชมเขา ถึงแม้เขาจะไม่ได้เข้าไปขับถ่ายก็ตาม การทำเช่นนี้จะทำให้เขาคิดว่าการเข้ากะบะทรายเป็นสิ่งที่ดี เพราะน้องแมวบางตัวอาจจะไม่กล้าเข้า เนื่องจากกลัวโดนดุ อย่างไรก็ตาม เราควรทำให้น้องแมวนั้นรู้สึกสบายใจ และไว้วางใจในกระบะทราย เพราะแมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาด ถ้ากระบะทรายสกปรกเขาจะไม่ใช้เลย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วิธีที่ 1 การเรียก</strong></p>
<div> เราจะเริ่มฝึกให้เจ้าแมวน้อยเข้ามาหาโดยการเรียกเพียงแค่สองพยางค์ เช่น มานี่(ชื่อแมว) เมื่อเขาเดินเข้ามาหาก็ให้รางวัล เช่น อาหารที่เขาชอบ หรือการเกาคางให้ก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่เดินเข้ามาหาให้เรียกซ้ำ และใช้มือเป็นสัญลักษณ์ ทำแบบนี้ซ้ำหลายๆรอบ จนกว่าเขาจะเข้าใจและเข้ามาหา ที่สำคัญที่สุดคือควรเรียกโดยเสียงที่จะทำให้มันสบายใจ โดยคุณจะต้องทำมันซ้ำๆ ถ้าเกิดดูแล้วมันรู้สึกรำคาญก็ควรหยุดการฝึกไว้ก่อนและต้องมั่นใจว่า อารมณ์ของแมว ณ ตอนนั้น อยู่ในสภาพที่ดี และไม่ควรฝึกที่มีเสียงดัง เพราะจะทำให้เขาสับสน ข้อสำคัญ ห้าม ! เรียกแมวไปทำสิ่งที่เขาไม่ชอบ เช่น การอาบน้ำ เพราะเขาจะอาจไม่ฟังตามคำสั่งเราอีก</div>
<div></div>
<div></div>
<div><a href="https://blog.eduzones.com/showpic.php?url=https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/2014020701644.jpg&amp;title=%C7%D4%B8%D5%A1%D2%C3%BD%D6%A1%E1%C1%C7%B9%E9%CD%C2%E3%CB%E9%E0%AA%D7%E8%CD%A7" target="_blank"><img title="วิธีการฝึกแมวน้อยให้เชื่" src="https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/2014020701644.jpg" rel="prettyPhoto"></a><br />
<strong>วิธีที่ 2 ฝึกให้อยู่ในลัง</strong></div>
<div>
<div>การฝึกนี้ถือว่าค่อนข้างง่าย เพราะแมวชอบอยู่ในที่มืดๆอยู่แล้ว โดยคุณสามารถใส่ผ้าห่มหรือของเล่นให้เขาได้ เมื่อเขาอยู่ในลังให้คุณชมเขาและให้รางวัล แต่เมื่อเขาออกมาแล้วห้ามชมเด็ดขาด เพราะเขาอาจคิดว่าสิ่งที่คุณต้องการคือให้เขาออกมา และจะทำให้แมวสับสนได้ ควรให้รางวัลทุกครั้งที่เขาเข้าไปในลัง และปล่อยให้อยู่นานขึ้น เพื่อให้รู้ว่านี่คือที่นอนของเขา</div>
<div><a href="https://blog.eduzones.com/showpic.php?url=https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/20140206171245.jpg&amp;title=%C7%D4%B8%D5%A1%D2%C3%BD%D6%A1%E1%C1%C7%B9%E9%CD%C2%E3%CB%E9%E0%AA%D7%E8%CD%A7" target="_blank"><img title="วิธีการฝึกแมวน้อยให้เชื่" src="https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/20140206171245.jpg" rel="prettyPhoto"></a></div>
<div><strong>วิธีที่ 3 การหมอบ</strong></div>
<div>
<div>   ให้เราถือขนมเพื่อล่อแมวไว้ และก็เรียกชื่อแมวพร้อมกับออกคำสั่ง เช่น หมอบ ! และค่อยๆลดขนมมาให้เขาโดยปกติแล้วเขาจะย่อตัวตามขนมมา และขยับขนมออกห่างจากตัวแมวเพื่อให้แมวอยู่ในท่าหมอบ เมื่อเขาทำตามควรให้รางวัลและคำชม ควรทำซ้ำๆเพื่อให้เขารู้ถึงคำสั่ง</div>
<div></div>
<div><a href="https://blog.eduzones.com/showpic.php?url=https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/20140206171343.jpg&amp;title=%C7%D4%B8%D5%A1%D2%C3%BD%D6%A1%E1%C1%C7%B9%E9%CD%C2%E3%CB%E9%E0%AA%D7%E8%CD%A7" target="_blank"><img title="วิธีการฝึกแมวน้อยให้เชื่" src="https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/20140206171343.jpg" rel="prettyPhoto"></a></div>
<div>
<div><strong>วิธีที่ 4 การคาบของ</strong><br />
แมวบางตัวชอบที่จะคาบของ เราสามารถทดสอบว่าแมวตัวนั้นชอบคาบของหรือไม่ ควรลองโยนตุ๊กตาผ้าต่อหน้าเขาและเลือกของที่เขาชอบเป็นพิเศษ รอจนกว่าเขาจะคาบมันไว้ และเรียกให้เขามาหาพร้อมกับ เสนอขนมเพื่อแลกกับตุ๊กตาของเขา และเล่นหลายๆครั้งเพื่อที่จะให้เขาเข้าใจประมาณว่า &#8220;ต้องเอาตุ๊กตามาเพื่อที่จะได้ขนม&#8221; !</div>
<div></div>
<div><a href="https://blog.eduzones.com/showpic.php?url=https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/2014020702348.jpg&amp;title=%C7%D4%B8%D5%A1%D2%C3%BD%D6%A1%E1%C1%C7%B9%E9%CD%C2%E3%CB%E9%E0%AA%D7%E8%CD%A7" target="_blank"><img title="วิธีการฝึกแมวน้อยให้เชื่" src="https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/2014020702348.jpg" rel="prettyPhoto"></a></div>
<div></div>
<div>
<div><strong>วิธีที่ 5 การฝึกแมวให้ขับถ่าย</strong><br />
เตรียมกะบะทรายและวางไว้มุมที่ไกลที่นอน หรือที่กินอาหารของเขา โดยสิ่งแรกในการฝึก คือการให้อาหาร ควรให้อาหารเป็นเวลา เพราะลูกแมว จะใช้กะบะทราย หลังจากการตื่นนอน กินอาหาร และ ออกกำลังกายแล้ว หลังกินอาหารควรเล่นกะน้องแมวซัก 10-20 นาที จากนั้นเรียกเขาไปยังที่กะบะทราย เมื่อน้องแมวไปถึงกะบะทราย ให้เอามือตะกุยทรายเพื่อเรียกความสนใจของเขา ทำแบบนี้หลายๆครั้ง พยายามกระตุ้นให้เขา ใช้กะบะทรายเอง และชมเขา ถึงแม้เขาจะไม่ได้เข้าไปขับถ่ายก็ตาม การทำเช่นนี้จะทำให้เขาคิดว่าการเข้ากะบะทรายเป็นสิ่งที่ดี เพราะน้องแมวบางตัวอาจจะไม่กล้าเข้า เนื่องจากกลัวโดนดุ อย่างไรก็ตาม เราควรทำให้น้องแมวนั้นรู้สึกสบายใจ และไว้วางใจในกระบะทราย เพราะแมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาด ถ้ากระบะทรายสกปรกเขาจะไม่ใช้เลย</div>
<div></div>
<div></div>
<div><a href="https://blog.eduzones.com/showpic.php?url=https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/20140206173452.jpg&amp;title=%C7%D4%B8%D5%A1%D2%C3%BD%D6%A1%E1%C1%C7%B9%E9%CD%C2%E3%CB%E9%E0%AA%D7%E8%CD%A7" target="_blank"><img title="วิธีการฝึกแมวน้อยให้เชื่" src="https://blog.eduzones.com/images/blog/rabbitsmile/20140206173452.jpg" rel="prettyPhoto"></a></div>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://maizap.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=509</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมวโคราช</title>
		<link>https://maizap.eu5.org/?p=21</link>
		<comments>https://maizap.eu5.org/?p=21#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2014 05:42:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[mai-zap]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maizap.eu5.org/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[ลักษณะที่เป็นข้อเด่น ลักษณะสีขน : ขนสั้น สีสวาด (silver blue) ทั่วทั้งตัวและเป็นสีสวาดตั้งแต่เกิดจนตาย ลักษณะของส่วนหัว : หัวเมื่อดูจากด้านหน้าจะเป็นรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่และแบน หูตั้ง ในแมวตัวผู้หน้าผากมีรอยหยักทำให้เป็นรูปหัวใจเด่นชัดมากขึ้น หูใหญ่ตั้ง ปลายหูมน โคนหูใหญ่ ผิวหนังที่บริเวณจมูกและริมฝีปากสีเงิน หรือม่วงอ่อน ลักษณะของนัยน์ตา : นัยน์ตาสีเขียวสดใสเป็นประกาย หรือสีเหลืองอำพัน ขณะยังเป็นลูกแมวตาจะเป็นสีฟ้า เมื่อโตขึ้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด และเมื่อเติบโตเต็มที่ตาจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวใบไม้ หรือสีเหลืองอำพัน ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อย ๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว ลักษณะที่เป็นข้อด้อย ขนยาวเกินไป มีสีอื่นปน นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป (เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h3><strong>ลักษณะที่เป็นข้อเด่น</strong></h3>
<ul>
<li><b>ลักษณะสีขน :</b> ขนสั้น สีสวาด (silver blue) ทั่วทั้งตัวและเป็นสีสวาดตั้งแต่เกิดจนตาย</li>
<li><b>ลักษณะของส่วนหัว :</b> หัวเมื่อดูจากด้านหน้าจะเป็นรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่และแบน หูตั้ง ในแมวตัวผู้หน้าผากมีรอยหยักทำให้เป็นรูปหัวใจเด่นชัดมากขึ้น หูใหญ่ตั้ง ปลายหูมน โคนหูใหญ่ ผิวหนังที่บริเวณจมูกและริมฝีปากสีเงิน หรือม่วงอ่อน</li>
<li><b>ลักษณะของนัยน์ตา :</b> นัยน์ตาสีเขียวสดใสเป็นประกาย หรือสีเหลืองอำพัน ขณะยังเป็นลูกแมวตาจะเป็นสีฟ้า เมื่อโตขึ้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด และเมื่อเติบโตเต็มที่ตาจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวใบไม้ หรือสีเหลืองอำพัน</li>
<li><b>ลักษณะของหาง :</b> หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อย ๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว</li>
</ul>
<h3><strong>ลักษณะที่เป็นข้อด้อย</strong></h3>
<p>ขนยาวเกินไป มีสีอื่นปน นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป (เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี</p>
<p><a href="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/10/korat_cat.jpg" rel="prettyPhoto"><img class="alignnone size-medium wp-image-22" src="http://maizap.eu5.org/wp-content/uploads/2014/10/korat_cat-295x300.jpg" alt="korat_cat" width="295" height="300" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://maizap.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=21</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สายพันธุ์แมวไทย</title>
		<link>https://maizap.eu5.org/?p=11</link>
		<comments>https://maizap.eu5.org/?p=11#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Oct 2014 09:01:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[mai-zap]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maizap.eu5.org/?p=11</guid>
		<description><![CDATA[แมววิเชียรมาศ  ตรงกับความหมายว่า &#8220;เพชรแห่งดวงจันทร์&#8221; หรือ &#8220;Moon Diamond&#8221; บางตำราก็เรียก &#8220;แมวแก้ว&#8221; ซึ่งก็ตรงกับคำว่า &#8220;วิเชียร&#8221; แมวชนิดนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแมวเก้าแต้มเสมอ ที่จริงแล้วไม่ถูกต้อง แมวเก้าแต้มคือแมวที่มีสีพื้นสีขาว และมีแต้มบนร่างกาย 9 แห่ง เหตุที่มักเข้าใจผิดเพราะแมววิเชียรมาศ จะมีสีพื้นสีขาวงาช้าง (หรือโบราณจะเป็นขาวล้วนก็ไม่ทราบ) และมีแต้มที่จมูกครอบไปถึงปากเป็นหนึ่งแห่ง กับขาทั้งสี่ หูสอง หางหนึ่ง และที่อวัยวะเพศอีกหนึ่ง รวมเป็น 9 แห่งเช่นกันในแมววิเชียรมาศนี้แต้มตามตำราว่าไว้ว่า ต้องเป็นสีดำดังหมึกวาด แต่ปัจจุบันเมื่อดูให้ดีแล้วจะเป็นแต้มสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ไม่ได้ดำสนิท หรือที่ต่างประเทศเรียกว่า Seal brown หรือแต้มสีครั่ง แมววิเชียรมาศเป็นที่รู้จักในต่างประเทศโดยใช้ชื่อว่า แมวสยาม (Siamese Cat) แต่ต่างประเทศจะมีแต้มสีอื่นที่หลากหลายกว่า ซึ่งในบ้านเราจะยอมรับเฉพาะแมวที่มีแต้มสีน้ำตาลเข้มเท่านั้น นัยน์ตาสีฟ้าก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของแมวชนิดนี้ แมววิเชียรมาศ เป็นแมวไทยโบราณที่มักเลี้ยงกันในวัง ตั้งแต่สมัยอยุธยา และเป็นแมวมงคลตามตำรา มักกล่าวว่าแมวมงคลคนธรรมดาสามัญชนไม่สามารถเลี้ยงได้ เมื่อสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2 แมวไทย 17ชนิดในพระราชวังของกรุงศรีอยุธา ได้ถูกพวกพม่า และเชลย ได้นำไปพม่า เพราะพม่าคิดว่า แมวไทยคือทรัพย์สินที่มีค่าชนิดนึงเนื่องจากแมวไทยในอยุธยาสามารถซื้อขายได้ถึง 1แสนตำลึงทอง หากใครมีแมวชนิดนี้จึงนำมาขายแก่วัง ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้แมวไทยสูญพันธุ์ หลังจากนั้น แมววิเชียรมาศก็สาบสูญหายไปจากประเทศไทย ต่อมา สมเด็จพุฒาจารย์ พุทธสโร ได้ไปเที่ยวกรุงศรีอยุธยาร้าง แล้วไปเจอสมุดข่อยที่ไม่ถูกเผา จึงนำสมุดข่อยกลับมา แล้วให้คนไปไล่ต้อนจับแมววิเชียรมาศ จนได้แมววิเชียรมาศกลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง qT4E]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แมววิเชียรมาศ</strong>  ตรงกับความหมายว่า &#8220;<em>เพชรแห่งดวงจันทร์</em>&#8221; หรือ &#8220;<em>Moon Diamond</em>&#8221; บางตำราก็เรียก &#8220;<em>แมวแก้ว</em>&#8221; ซึ่งก็ตรงกับคำว่า &#8220;วิเชียร&#8221; แมวชนิดนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็น<a title="แมวเก้าแต้ม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%A1">แมวเก้าแต้ม</a>เสมอ ที่จริงแล้วไม่ถูกต้อง แมวเก้าแต้มคือแมวที่มีสีพื้นสีขาว และมีแต้มบนร่างกาย 9 แห่ง เหตุที่มักเข้าใจผิดเพราะแมววิเชียรมาศ จะมีสีพื้นสีขาวงาช้าง (หรือโบราณจะเป็นขาวล้วนก็ไม่ทราบ) และมีแต้มที่จมูกครอบไปถึงปากเป็นหนึ่งแห่ง กับขาทั้งสี่ หูสอง หางหนึ่ง และที่อวัยวะเพศอีกหนึ่ง รวมเป็น 9 แห่งเช่นกันในแมววิเชียรมาศนี้แต้มตามตำราว่าไว้ว่า ต้องเป็นสีดำดังหมึกวาด แต่ปัจจุบันเมื่อดูให้ดีแล้วจะเป็นแต้มสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ไม่ได้ดำสนิท หรือที่ต่างประเทศเรียกว่า <strong>Seal brown</strong> หรือแต้มสีครั่ง แมววิเชียรมาศเป็นที่รู้จักในต่างประเทศโดยใช้ชื่อว่า <strong>แมวสยาม (</strong><strong>Siamese Cat)</strong> แต่ต่างประเทศจะมีแต้มสีอื่นที่หลากหลายกว่า ซึ่งในบ้านเราจะยอมรับเฉพาะแมวที่มีแต้มสีน้ำตาลเข้มเท่านั้น นัยน์ตาสีฟ้าก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของแมวชนิดนี้<br />
<strong>แมววิเชียรมาศ</strong> เป็นแมวไทยโบราณที่มักเลี้ยงกันในวัง ตั้งแต่สมัยอยุธยา และเป็นแมวมงคลตามตำรา มักกล่าวว่าแมวมงคลคนธรรมดาสามัญชนไม่สามารถเลี้ยงได้ เมื่อสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2 แมวไทย 17ชนิดในพระราชวังของกรุงศรีอยุธา ได้ถูกพวกพม่า และเชลย ได้นำไปพม่า เพราะพม่าคิดว่า แมวไทยคือทรัพย์สินที่มีค่าชนิดนึงเนื่องจากแมวไทยในอยุธยาสามารถซื้อขายได้ถึง 1แสนตำลึงทอง หากใครมีแมวชนิดนี้จึงนำมาขายแก่วัง ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้แมวไทยสูญพันธุ์ หลังจากนั้น แมววิเชียรมาศก็สาบสูญหายไปจากประเทศไทย ต่อมา สมเด็จพุฒาจารย์ พุทธสโร ได้ไปเที่ยวกรุงศรีอยุธยาร้าง แล้วไปเจอสมุดข่อยที่ไม่ถูกเผา จึงนำสมุดข่อยกลับมา แล้วให้คนไปไล่ต้อนจับแมววิเชียรมาศ จนได้แมววิเชียรมาศกลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง</p>
<p><iframe width="620" height="349" src="http://www.youtube.com/embed/bInZxKTqT4E?feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p><a href="http://http://www.youtube.com/watch?v=bInZxKTqT4E">qT4E</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://maizap.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=11</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กำเนิดแมว</title>
		<link>https://maizap.eu5.org/?p=7</link>
		<comments>https://maizap.eu5.org/?p=7#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2014 11:39:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[mai-zap]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://maizap.eu5.org/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[แมว หรือ แมวบ้าน (ชื่อวิทยาศาสตร์: Felis catus) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อยู่ในตระกูล Felidae ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับสิงโตและเสือดาว ต้นตระกูลแมวมาจากเสือไซบีเรีย (Felis tigris altaica) ซึ่งมีช่วงลำตัวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางยาวประมาณ 4 เมตร แมวที่เลี้ยงตามบ้าน จะมีรูปร่างขนาดเล็ก ขนาดลำตัวยาว ช่วงขาสั้นและจัดอยู่ในกลุ่มของประเภทสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร มีเขี้ยวและเล็บแหลมคมสามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับเสือ สืบสายเลือดมาจากแมวป่าที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งลักษณะบางอย่างของแมวยังคงพบเห็นได้ในแมวบ้านปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแมวพันธุ์แท้หรือแมวพันทาง แมวเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่เมื่อประมาณ 9,500 ปีก่อน [5] ซึ่งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของแมวคือการทำมัมมี่แมวที่ค้นพบในสมัยอียิปต์โบราณ หรือในพิพิธภัณฑ์อังกฤษในกรุงลอนดอน มีการแสดงสมบัติที่นำออกมาจากพีระมิดโบราณแห่งอียิปต์ ซึ่งรวมถึงมัมมี่แมวหลายตัว ซึ่งเมื่อนำเอาผ้าพันมัมมี่ออกก็พบว่า แมวในสมัยโบราณทุกตัวมีลักษณะใกล้เคียงกัน คือเป็นแมวที่มีรูปร่างเล็ก ขนสั้นมีแต้มสีน้ำตาล มีความคล้ายคลึงกับพันธุ์ในปัจจุบัน ที่เรียกว่าแมวอะบิสซิเนีย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><b>แมว</b> หรือ <b>แมวบ้าน</b> (<a class="mw-redirect" title="ชื่อวิทยาศาสตร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ชื่อวิทยาศาสตร์</a>: <i>Felis catus</i>) เป็น<a title="สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A1">สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม</a> อยู่ในตระกูล <a class="mw-redirect" title="Felidae" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Felidae">Felidae</a> ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับ<a title="สิงโต" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%95">สิงโต</a>และ<a title="เสือดาว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7">เสือดาว</a> ต้นตระกูลแมวมาจาก<a title="เสือโคร่งไซบีเรีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เสือไซบีเรีย</a> (<i>Felis tigris altaica</i>) ซึ่งมีช่วงลำตัวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางยาวประมาณ 4 เมตร แมวที่เลี้ยงตามบ้าน จะมีรูปร่างขนาดเล็ก ขนาดลำตัวยาว ช่วงขาสั้นและจัดอยู่ในกลุ่มของประเภท<a title="สัตว์กินเนื้อ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD">สัตว์กินเนื้อ</a>เป็นอาหาร มีเขี้ยวและเล็บแหลมคมสามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับเสือ สืบสายเลือดมาจากแมวป่าที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งลักษณะบางอย่างของแมวยังคงพบเห็นได้ในแมวบ้านปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแมวพันธุ์แท้หรือแมวพันทาง</p>
<p>แมวเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่เมื่อประมาณ 9,500 ปีก่อน <sup id="cite_ref-9500_years_5-0" class="reference"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7#cite_note-9500_years-5">[5]</a></sup> ซึ่งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของแมวคือการทำ<a title="มัมมี่" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88">มัมมี่</a>แมวที่ค้นพบในสมัย<a class="mw-redirect" title="อียิปต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B9%8C">อียิปต์</a>โบราณ หรือในพิพิธภัณฑ์อังกฤษในกรุงลอนดอน มีการแสดงสมบัติที่นำออกมาจาก<a title="พีระมิด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94">พีระมิด</a>โบราณแห่งอียิปต์ ซึ่งรวมถึงมัมมี่แมวหลายตัว ซึ่งเมื่อนำเอาผ้าพันมัมมี่ออกก็พบว่า แมวในสมัยโบราณทุกตัวมีลักษณะใกล้เคียงกัน คือเป็นแมวที่มีรูปร่างเล็ก ขนสั้นมีแต้มสีน้ำตาล มีความคล้ายคลึงกับพันธุ์ในปัจจุบัน ที่เรียกว่าแมว<a title="อะบิสซิเนียน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">อะบิสซิเนีย</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://maizap.eu5.org/?feed=rss2&#038;p=7</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
